วันอังคารที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2555

ส.ค.ส ส่งความสุข


ก่อนอื่นต้องขอสวัสดีใหม่แก่ทุกท่านค่ะ ห่างหายไปนานเพราะไม่มีอะไรจะเขียน จริงๆก็น่าจะต้องพยายามเขียนอยู่เรื่อยๆแต่ก็เขียนไม่จบซะที แต่ในวาระดีขึ้นปีใหม่ เลยขอส่งคำอวยพร ความสุข ความสำราญ ความรื่นเริง แก่ท่านทั้งหลายในปี สอง ฮ่า ฮ่า ฮ่า (2555) หวังว่าปีนี้ใครๆหลายๆคนคงจะได้หัวเราะเสียงดังๆมากขึ้นกว่าปีที่แล้วให้ได้ชื่นใจนะคะ ยังไงขอส่งความสุขผ่านผลงานชิ้นนี้ ซึ่งเคยวาดไว้นานแล้ว แต่ไม่ได้มีเวลาสแกนเสียทีให้ได้ชมกันค่ะ สวัสดีปีใหม่ :)

วันอังคารที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2554

Rooms


ช่วงที่ผ่านมากลับมาอยู่บ้านนอกอีกครั้ง เบื่อเมืองกรุงอันแสนวุ่นวาย เร่งรีบ กลับมาใช้ชีวิตแบบช้าๆก็ดีนะ ทำให้อยากทำงานศิลปะที่เป็นงานส่วนตัวมากขึ้น ก็เลยทำคอเลคชั่นนี้ขึ้นมาค่ะ โดยตั้งช่ือให้หน่อยว่า "rooms" จริงๆแค่อยากทดลองทำภาพที่มีมุมมอง หรือมีมิติเพิ่มมากขึ้น โดยใช้แค่สีสองสีในงาน โดยงานในคอเลคชั่นนี้จะมี 4 รูปตามที่คิดไว้ แต่ตอนนี้เสร็จไปแค่ 2 รูป เหลืออีก 2 รูปที่ยังคิดไม่ออกว่าจะทำห้องอะไรต่อไปดี แต่ก็อยากให้มีเนื้อหาสนุกๆและเล่าเรื่องไปได้ในตัว โดยสอดแทรกมุมตลกๆเล็กๆน้อยๆเข้าไปด้วย วันนี้เอามาให้ดูแค่นี้ก่อนแล้วกันนะคะ แล้วจะเอา 2 รูปที่เหลือ(ถ้าทำเสร็จ)มาให้ดูใหม่ค่ะ

Lately,I just came back from Bangkok, big city with noise and pollution. I come back to make my personal work to serve myself and my soul. I decided to draw something in different angle by use only 2 colours. So I decided to make 4 but it hasn't finished yet because I still don't know which room I want to draw.

I am thinking to make it like it has something happened in that room and put some small gimmicks in the picture. If it's already finished I will stick it here again. Soon!

วันอังคารที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

Screen printing


เมื่อหลายเดือนที่ผ่านมา ได้มีโอกาสซื้อนิตยสารฉบับหนึ่งมาจากร้านขายหนังสือในแกลอรี่ เป็นหนังสือที่มีชื่อว่า Varoom รวบรวมศิลปินวาดภาพประกอบ และศิลปินแขนงอื่นๆเข้าไว้ด้วยกัน แต่ที่สะดุดตา คือ ปกสีฟ้ารูปปลา ที่เป็นขวดใส่โชยุไว้กินกับซูชิ ดูเรียบง่าย แต่โดดเด่น เพราะสีสัน และการจัดวางองค์ประกอบ ต่อมาไม่นานได้มีโอกาสอีกครั้งไปชมงาน Pick Me Up (contemporary graphic art fair) ซึ่งจัดขึ้นที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษเป็นครั้งแรก จึงได้รู้ว่าผลงานเจ้าปลาน้อยชิ้นนี้เป็นผลงานการออกแบบของ คุณ James Joyce ซึ่งงานของเขาถูกจัดแสดงร่วมกับงานภาพพิมพ์ชิ้นอื่นๆ แต่มองอย่างไร งานของคุณ joyce ก็โดดเด่นและสะดุดตากว่าของนักภาพพิมพ์คนอื่นๆอยู่มาก อาจเป็นเพราะ สีสัน และความเรียบง่าย ที่ดูเป็นมิตรและสามารถเข้าถึงคนทุกเพศ ทุกวัย ได้นั่นเอง สำหรับในงาน pick me up นั้น เป็นงานที่รวบรวมงานภาพพิมพ์กราฟฟิคดีไซน์เข้าไว้ด้วยกัน โดยในงานเปิดให้มีการโชว์ สตูดิโอภาพพิมพ์ของศิลปินภาพพิมพ์ รวมทั้งศิลปินนักตัดกระดาษ คนที่สนใจสามารถเดินเข้าไปชมได้ใกล้ๆเหมือนกับตนเองได้เข้าไปอยู่ในสตูดิโอนั้นๆได้อย่างสบายใจ

สำหรับสิ่งที่ได้จากงานนี้ไม่ใช่เพียงไอเดียใหม่ๆ แต่นั่นยังรวมไปถึง "วิธีการเล่าเรื่อง" ที่แตกต่างออกไปตามแต่ศิลปิน โดยใช้เทคนิคของภาพพิมพ์ "screen printing" หากมองย้อนกลับดูไทยนั้น จะพบว่าสาขาภาพพิมพ์ไม่ได้ถูกบรรจุอยู่ในวิชาการออกแบบ รวมถึงยังขาดบุคคลากรที่จะทำหน้าที่ในการสอนให้เห็นถึงคุณค่าของงานพิมพ์ มิใช่เพียงการสกรีนงานลงบนเสื้อยืด ซึ่งนั่นก็เป็นทางเลือกหนึ่งที่ได้จากการพิมพ์ แต่จริงๆแล้ว screen printing มีหน้าที่เป็นสื่อในการถ่ายทอดความเรียบง่าย และชัดเจน ตัดทอน ในงานกราฟฟิคได้อย่างดีเยี่ยม ศิลปินในอังกฤษหลายท่านถือเอาเทคนิคนี้เป็นเทคนิคที่ดูมีชั้นเชิงมากกว่าการทำงานที่ใช้เพียงโปรแกรมคอมพิวเตอร์ในการสร้างสรรค์รูปภาพกราฟฟิค โดยในความคิดของผู้เขียนคิดว่า สาขาศิลปะภาพพิมพ์นั้น ควรถูกบรรจุอยู่ในสาขาวิชาการสอนของนิเทศน์ศิลป์ โดยการทำอย่างไรให้คนรุ่นใหม่เห็นคุณค่าของงานพิมพ์ และรู้จักนำไปประยุกต์เข้ากับการออกแบบ เพราะงานภาพพิมพ์ถือเป็นการปูพื้นฐานชัดเจนให้เยาวชนรุ่นใหม่เข้าใจถึงการนำศิลปะมาประยุกต์เข้ากับงานออกแบบ สำหรับงานนี้ขอฝากแง่คิดดีดีของ Andy Warhol ว่า "Everyone will be famous for 15 minutes"
และนี่คืดแง่คิดดีดีจากศิลปะที่ถูกเรียกว่า "ภาพพิมพ์"

เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ได้ที่ http://www.somersethouse.org.uk/visual_arts/pick_me_up/
เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ของคุณ Joyce ได้ที่ http://one-fine-day.co.uk/

วันอังคารที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2553

1 day exhibition poster


นี่เป็นโปสเตอร์ของงานนิทรรศการในครั้งนี้ค่ะ โดยเราได้สเกตรูปนี้และนำไปเสนอ ได้รับผลตอบรับที่ดี จึงได้นำมาทำเป็นโปสเตอร์ครั้งนี้ ส่วนเรื่องเลย์เอ้าท์นั้นเป็นของเพื่อนไต้หวันที่ช่วยออกแบบด้วย ผลงานด้านล่างนั้น ถูกวาดลงในกระดาษ A2 โดยใช้กระดาษที่ค่อนข้างบางไปหน่อย แต่เนื้อเนียนและง่ายต่อการวาดด้วยปากกา งานนี้ใช้ปากกาสองชนิดคือ ปากกาหมึกแห้งสีดำ และ ปากกาเมจิกสีแดง บวกกับน้ำหมึกของอินเดียนอิ้งค์ที่ไว้ถมบริเวณที่กว้าง ยากต่อการลงปากกาหัวเล็ก ผลงานชิ้นนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากฤดูใบไม้ผลิและการเวียนว่ายตายเกิดของสรรพสิ่งในโลกใบนี้ มีเกิด
มีดับ วนเวียนเหมือนวัฎจักร ไม่เพียงแต่ต้นไม้เท่านั้นที่เป็นเช่นนี้ มันยังสะท้อนไปถึงชีวิตของคนด้วย
งานนี้ผ่านไปได้ด้วยดี มีงานแสดงทั้งหมด 24 ชิ้น หลากหลายเทคนิคในการวาดใครชอบแบบไหนก็ทำกันไป ขอแค่ขนาดอย่าเกิน A2 เป็นอันว่าใช้ได้ค่ะ นับว่าเป็นประสบการณ์ที่ดี ที่เกิดขึ้นที่นี่ ได้เห็นอะไรที่หลากหลาย ทำให้เราเปิดรับอะไรใหม่ๆมากขึ้นอยู่เสมอ และยังทำให้รู้ว่าเพื่อนๆฝรั่งตั้งใจทำงานกันมาก งานเป็นงาน เล่นเป็นเล่น ทุกอย่างต้องถูกคิดมาอย่างลงตัว เพื่อให้พอดีกับงานที่ถูกจัดแสดงทั้งหมด ทั้งป้ายอธิบายงาน และ การแขวน เป็นไปอย่างสวยงาม อาจจะมีขัดใจกันบ้างตามประสางานกลุ่มซึ่งสุดท้ายก็ไม่ใช่ปัญหา ก็พยายามแก้ไขเท่าที่ทำได้ แต่ถ้านอกเหนือจากกฎแล้ว ก็เป็นอันว่าต้องเข้าใจและเคารพกฎในการทำงานร่วมกันตรงนั้นด้วย โดยรวมแล้วประทับใจกับการแสดงงานครั้งนี้มากค่ะ

วันอาทิตย์ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2553

First exhibition in London

'1 day moment of magic in modern life' เป็นชื่อคอนเซ็ปต์ของการแสดงงานร่วมกับเพื่อนๆในคลาสอีก 23 คนครั้งแรกในลอนดอนและเป็นนิทรรศการนอกซึ่งไม่ได้เกี่ยวกับทางมหาลัย งานนี้ทุกคนได้รับเวลาไปคนละหนึ่งชั่วโมง เพื่อหา magical moment ของตนเองในช่วงเวลานั้นๆ งานถูกจัดแสดงที่ stolenspace gallery (www.stolenspace.com) เป็นระยะเวลาหนึ่งวันในวันที่ 19 เมษายน 2010 จัดได้เพียงหนึ่งวันเพราะค่าจัดแสดงงานที่นี่ค่อนข้างแพงมากค่ะ พรุ่งนี้จะเก็บภาพบรรยากาศในงานมาให้ดูกัน

วันศุกร์ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2553

Walk Fast, faster


เพิ่งได้มีโอกาศไปทำสกรีนพริ้นท์เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา สนุกและน่าสนใจมากในด้านเทคนิค เพราะว่าสามารถทำซ้ำได้หลายๆครั้งแล้วแต่ความต้องการ ผลงานชิ้นนี้ค่อนข้างใหญ่ค่ะ ขนาดอยู่ที่ประมาณ A1-A0 ตอนนี้เอามาติดไว้ที่ฝาบ้านกำลังคิดว่าจะเอาไปเข้ากรอบเร็วๆนี้แล้วล่ะ ตอนทำงานชิ้นนี้มีแค่ความคิดว่าอยากจะทดลองทำสกรีนแบบใช้การซ้ำลงบนผลงานชิ้นเดียว ผลที่ได้ค่อนข้างลำบากและยุ่งยากมากค่ะ เพราะเครื่องพิมพ์ที่ได้ใช้วันนั้นเป็นเครื่องเล็กไม่เหมาะกับกระดาษแผ่นใหญ่และบาง แต่สุดท้ายก็เสร็จออกมาจนได้ก่อนที่อาจารย์ฝ่ายเทคนิคจะเข้ามาเห็น ไอเดียของงานคือการนำเสนอเรื่องราวของโลกที่เปลี่ยนแปลงไป เราอาศัยอยู่ในโลกที่ทุกอย่างเร็วจนเราตามไม่ทัน เหมือนตึกในภาพที่เปลี่ยนแปลงเร็วและเคลื่อนไหว การซ้ำลงบนกระดาษบางๆซึ่งทำให้ปรากฏรอยนูนและยับ เป็นการนำเสนอให้เห็นถึงการยิ่งตอกย้ำความรู้สึกของความไม่พอดีของชีวิตในสังคมทุกวันนี้

I just had the chance to experiment with the screen printing a few months ago. It was so interested to use screen printing to created your work because you can reproduce it all the time you want. This picture's size is around A1-A0 I just put it on the wall and plan to framed it soon. The idea of this picture just happened when I think to repeat my illustration work, it quite messy because the machine is too small for my paper but fortunately I could finished them after the technician will come!. If you look in the work, the building represent the civilization nowadays and the way that people live in the city where make our life go faster and faster. I used the thin paper that made the paper has marks to present the unbalance in this world as well.

วันพฤหัสบดีที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

ทั้งร้อง ทั้งเล่น เน้นเจ็บคอ

video
ร้องเล่นๆ เล่นเล่นๆ ฟังเพลินๆ

เสียงร้อง : ไพลิน ถาวรวิจิตร
ดนตรี : มิญชญา ชโยสัมฤทธ์